[EED-Event] First Snow...

posted on 27 Jan 2012 21:53 by 1006927 in EED
เอนทรี่นี้เป็นส่วนนึงของ 


 
 
 
 
ณ โรงเรียนพระราชาแห่งเอดินเบิร์ก มีตำนานมากมายเล่าขานสืบมาในหมู่นักเรียนรุ่นต่อรุ่น
 
 
หนึ่งในตำนานนั้น คือเรื่องของภูติสีขาว ในคืนหิมะตก...
 
 
เล่ากันว่า หากนักเรียนคนใด ได้ชิมเกล็ดของหิมะแรกที่ตกในฤดูหนาว คืนนั้นจะมีภูติสีขาวบริสุทธิ์มาหาในความฝัน และบันดาลพรให้ความปรารถนาเป็นจริงได้ 1 อย่าง
 
 
ตำนานเล่าว่าบางคนขอเป็นพระราชา บ้างก็ขอให้สอบได้คะแนนดี บางคนอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต หรือล่วงรู้อนาคต แต่บางคน...เพียงแค่อยากเห็นรอยยิ้มมีความสุขของคนที่ตนรัก
 
 
แล้วถ้าเป็นเธอล่ะ.... จะขออะไร...
 
 
 

-------------

 
 

ภาพของเมฆสีเข้มที่ลอยเอื่อยอยู่บนฟ้าสีใสสะท้อนในดวงตาสีเงินสว่าง เรือนผมยาวสีดำสะบัดปลิวน้อยๆยามต้องลม ร่างโปร่งถอนใจเบาก่อนกระชับเจ้ากระต่ายขนฟูในอ้อมแขนเข้าแนบอกแล้วทรุดนั่งลงใต้ต้นไม้ที่ไม่ค่อยจะสูงใหญ่นัก ปรายตาเหลือบมองกิ่งเตี้ยที่สุดก็อยู่เหนือหัวเขาเพียงไม่กี่เซนต์ นึกแล้วก็แอบหงุดหงินนิดหน่อยกับความสูงของตัวเอง แต่ก็ไม่ถึงกับจะเอาเก็บไปคิดจริงจังมากนัก สำหรับไชน์ เลอ เฟรเบรียร์... นอกจากความคิดเรื่องการเล่นผมคนอื่นแล้ว เรื่องอื่นๆก็คล้ายจะไม่ค่อยได้อยู่ในหัวสมองนานสักเท่าไรนัก
 
 
อากาศของปลายฤดูหนาวยังคงเย็นอยู่ เมื่อลมหนาวพัดผ่านมาอีกครั้งทำให้อดที่จะกอดเจ้าเอลิส... กระต่ายยักษ์ขนปุยที่ตอนนี้เจ้าตัวจับร่ายเวทย์ย่อขนาดแล้วเอามาอุ้มเล่นให้แนบตัวยิ่งขึ้นไม่ได้ เอลิสตัวอุ่น ขนยาวๆนั่นยิ่งช่วยเพิ่มความอบอุ่น แต่อยู่ข้างนอกในวันที่อากาศเย็นเช่นนี้ก็ดูไม่น่าจะใช่เรื่องที่ดี ถึงอย่างนั้นไชน์ก็ชอบนั่งเล่นบนพื้นหญ้าเขียวๆมากกว่าอุดอู้อยู่ในตัวอาคารทึบๆ
 

ดวงหน้าเรียวก้มลงแนบกับปลายขนนุ่มๆ แย้มรอยยิ้มบาง กับเสียงหัวเราะเบาๆ เมื่อเอลิสยิ่งซุกตัวเข้าหาผู้เป็นนายพลางส่งเสียงครางเบาๆคล้ายจะประท้วงในความเย็นของอากาศวันนี้
 

"เอลิสเนี่ย... อุ่นจังเลยนะ"
 

เสียงร้องดังขึ้นเบาๆตอบรับคล้ายจะรู้ภาษา หากพูดได้มันคงอยากจะร้องต่อว่าคนเอาแต่ใจที่พามันมารับลมหนาวชวนเป็นหวัดเล่นๆ แต่เสียงนั้นก็เรียกได้เพียงเสียงหัวเราะรื่นเริงตอบกลับมา
 

เอลิสตัวอุ่น... เมื่อเทียบกับมือที่เริ่มเย็นของไชน์แล้ว ผิวหนังใต้ขนนิ่มๆนั่นอุ่นกว่าหลายเท่า ที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากให้เอลิสหรือตัวเองเป็นหวัดไม่สบายไปหรอกนะ แค่บางที... บางที... มันก็รู้สึกดีที่ได้รับรู้ว่าเอลิสตัวอุ่นแค่ไหน อุ่น... เหมือนที่พี่เคยอุ่น
 

นัยน์ตาสีเงินหลุบต่ำ ก้มมองมือตัวเองที่วางแนบไปกับตัวอุ่นๆของเอลิส มือคู่นี้... ที่ไม่มีส่วนต่างใดๆกับมือของพี่สาว ใบหน้านี้... ที่เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน พลันหยดน้ำเย็นเยียบก็แตะสัมผัสที่ข้างแก้ม เด็กหนุ่มยกมือขึ้นมาแตะปลายหยดน้ำนั้นคล้ายจะตกใจ ก่อนจะแหงนหน้ามองเกล็ดสีขาวที่ค่อยๆรวงหล่น คล้ายดอกไม้ซึ่งโปรยปรายจากสรวงสวรรค์
 

...ภูติสีขาว ในคืนหิมะตก...
 

ตำนานเล่าขานที่คลับคล้ายจะเคยได้ยิน เรื่องน่าสนใจที่ชวนให้อยากลิ้มลอง ปีนี้หิมะแรกมาช้ากว่าทุกปี หากก็ใช่ว่าจะไม่มา นิ้วเรียวเอื้อมไปคว้าเกล็ดหิมะแรกแสนบอบบาง ปลายลิ้นสัมผัสความเย็นที่คล้ายจะเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจ เมื่อท้ายที่สุดแล้ว... ไชน์รู้ดีว่าความปรารถนานี้ จะไม่มีวันเป็นจริง
ก็แค่ความฝัน... ความฝันลมๆแล้งๆ
 
 

.
.
.
 
 

"เด็กน้อยเอย... เจ้าปรารถนาสิ่งใด"
 

รอบข้างที่ขาวโพลน หิมะขาวร่วงหล่น และร่วงหล่น ทับถมราวไม่มีวันสิ้นสุด มีเพียงสีขาวที่เด่นชัด สว่าง... จนตาพร่า ได้แต่พยายามหรี่ตา พยายามมองหา แม้เขาจะไม่รู้ว่าตนกำลังมองหาสิ่งใด หรือบางที... เขาอาจจะรู้
 

ที่ปลายเท้าเบื้องหน้า แผ่นหินสีขาวจนแทบจะกลืนไปกับพื้น แทบจะมองไม่เห็นภายให้เกล็ดหิมะที่ทับถม กระนั้นอักษรสลักนั่นก็ยังคงติดตรึงอยู่ในใจ อักษรสลักชื่อของคนที่เรียกได้ว่าเป็นอีกครึ่งหนึ่งของชีวิต ใต้ชื่อนั้นระบุตัวเลข... ระบุปี... เลขชุดนั้น วันนั้น ปีที่แล้ว...
 
 
 

"ไชน์~♥"
 

แขนเรียวที่อ้อมเข้ามากอดจากด้านหลังทำเจ้าของชื่อแทบสะดุ้ง เสียงนี้... ที่ไม่เคยได้ยินมานาน อ้อมกอดนี้... ความอบอุ่นนี้...
 

"ทำอะไรอยู่ หิมะตกแล้วทำไมไม่รีบเข้าบ้าน อยากเป็นหวัดรึไง หา?"
 

ดวงตาสีเงินปรือปิด หัวใจเต้นแรงเหมือนไม่อยู่ในความควบคุมของเจ้าของ หัวสมองพลันขาวโพลนเป็นสีสันเดียวกับสภาพรอบกาย ตั้งแต่เมื่อไรกัน... เมื่อไรกันนะที่เขาเผลอหลับไป นี่คงเป็นอีกหนึ่งความฝัน แค่ความฝัน... ซ้ำซาก คล้ายเครื่องฉายโบราณที่ชำรุด คอยแต่ฉายภาพเดิมๆซ้ำๆไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
 

"ไชน์... พี่พูดอยู่นะ ได้ฟังบ้างมั้ยเนี่ย"
 

มือเรียวคู่นั้นจับเขาหมุนตัวกลับมาหาเจ้าของเสียง หากเด็กหนุ่มยังคงเอาแต่ก้มหน้า หลุบตาต่ำ เขาไม่กล้าที่จะสบตาคู่นั้น ไม่อาจที่จะมองใบหน้านั้น ใบหน้าแบบเดียวกับที่เขาเห็นทุกครั้งที่ส่องกระจก ไชน์กลัว... หากลืมตามอง คนตรงหน้าอาจจะหายไป หากลืมตาตื่น... ความฝันนี้จะหายไป
 
 
 

"ไชน์!"
 

ดวงตาสีเงินเบิกโพลง หายใจหอบ รู้สึกราวกับตกจากที่สูง รีบก้มมองบนตักซึ่งไม่มีเจ้ากระต่ายขนปุยนอนอยู่ก็ตกใจ รีบเหลียวมองซ้ายขวายิ่งรู้สึกสับสน พื้นหญ้ากว้างยังคงเป็นสีเขียวสดใส ด้านหลังยังคงเป็นเจ้าต้นไม้ต้นเดิมที่เคยมานั่งเล่น แสงแดดอ่อนๆส่องกระทบกับยอดหญ้าข้างตัวทิ้งเงาสีดำเป็นทาง
 

แดด... ?
 

"มาแอบหลับอยู่ตรงนี้อีกแล้วนะ"
 
 
เด็กสาวเบื้องหน้าย่อตัวลงมาให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน เรือนผมสีดำสั้นเคลียบ่าทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก ดวงตาสีเงินคู่สวยเป็นประกายสดใสสบจ้องเข้าไปในดวงตาอีกคู่ที่กำลังเบิกโพลงอย่างตื่นตกใจ "ทำหน้าอะไรแบบนั้นน่ะ ทำเหมือนเห็นผีไปได้"
 

"......"
 

"เห~ ผมยาวขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย"
 

"ว.. หวา!? พี่ครับ! อย่าเอากรรไกรมาใกล้ๆสิ!" ร่างโปร่งรีบผุดลุกขึ้นยืน รู้สึกคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ โดดถอยเจ้าของมีคมชิ้นเล็กนั่นห่างไปหลายก้าว พยายามตั้งสติ ภาพเบื้องหน้าดูคล้ายจะพร่าเลือนขึ้นมา "พี่เอลิส..."
 

"อ๊ะ!? ไชน์ อย่าร้องไห้ พี่แหย่เล่นเฉยๆเอง นี่ไง เห็นมั้ย ไม่มีกรรไกรแล้วนะ" เอลิสรีบปราดเข้าประชิดตัวน้องชายฝาแฝดทันที พลางชูมือแสดงหลักฐานว่าไม่มีแล้วจริงๆ อาการที่ไชน์ได้แต่ยิ้มออกมาฝืนๆ
 

"ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ ใครจะร้องไห้กัน"
 

เขาไม่อยากจะคิด... พอแล้วล่ะ
 

ความฝัน... ความฝัน... ความฝัน...
 

...ความจริง...
 

เขาไม่อยากจะสนใจ ในเมื่อสองมือที่แนบอยู่ข้างแก้มนี้ช่างอบอุ่น... คล้ายสายลมที่พัดแผ่วยามฤดูใบไม้ผลิ
 

"ว่าแต่.. เอลิสล่ะครับ"
 

"เอลิส...? " ดวงตาสีเงินคู่นั้นช่างดูใสซื่อไร้เดียวสาแบบที่ไชน์รู้ว่าพี่สาวคนดีของเขาชอบแกล้งทำอยู่บ่อยๆ "เอลิสก็อยู่นี่ไง ไม่สบายรึเปล่าเนี่ย พี่ก็อยู่ตรงนี้เห็นๆ สงสัยเพราะไว้ผมยาวเกินไปแน่เลย แบบนี้ต้องจับตัด ♥"
 

"......"
 

เอลิสที่ว่า... แน่นอนว่าเขาหมายถึงกระต่าย
 

"เอ้าๆ ทำหน้าแบบนั้นเดี๋ยวก็ไม่น่ารักหรอก ก็เธอทิ้งเอลิสอยู่บ้านแล้วแอบมานอนนี่เองไม่ใช่รึไง" คนเป็นพี่เอ่ยเสียงดุ เมื่อเห็นน้องชายทำหน้าเบื่อโลกเสียเต็มประดา ก่อนจะเสริมอย่างไม่จริงจังนัก "คุณเอลิสงอนแล้ว กลับไปเธอต้องง้อด้วยล่ะ!"
 

อืม... ไชน์พยักหน้าเบาๆรับรู้ เดี๋ยวกลับไปเขาคงต้องง้อกระต่าย
 

"พี่ครับ... อย่าล้อเล่นสิ"
 

เสียงหัวเราะใสๆดังก้อง "แกล้งเธอสนุกจริงๆนะ!" มือเรียวคว้ามือเขาไว้ "ออกมาข้างนอกนานแล้วนะ กลับได้แล้ว กลับบ้านกันนะ ไชน์"
 

เขาเคยชินแล้ว... คุ้นชินกับแผ่นหลังเล็กๆที่เดินนำ มือเรียวที่คอยดึง คอยลากเขาไปไหนมาไหน คุ้นเคยกับเสียงใสๆ กับรอยยิ้มร่าเริงนั่น
 

"ผมยาวเกินไปจริงๆนั่นแหละ ถึงบ้านแล้วจะจับตัดเลย"
 

"พี่ครับ!?"
 
 

.
.
.
 
 

แสงแดดอ่อนๆลอดผ่านบานหน้าต่างชวนให้รู้สึกแยงตาจนต้องยกมือขึ้นมาป้องก่อนค่อยๆปรือเปลือกตาขึ้น พอรู้สึกถึงอะไรนุ่มๆก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าตนกำลังนอนกอดเจ้ากระต่ายสีชมพูซึ่งตอนนี้เหมือนจะหลับสนิท ที่มองเห็นอยู่เหนือหัวคือฝ้าเพดานที่เริ่มจะคุ้นชิน ที่นี่คือเอดินเบิร์ก... ไม่ใช่ทริสทอร์... ไม่ใช่บ้าน...
 

ไชน์ยันตัวขึ้นนั่ง วางเอลิสลงข้างหมอนพลางเลื่อนผ้าขึ้นมาห่มให้อย่างแผ่วเบา เรือนผมสีดำที่ปล่อยยาวตกลงมาเคลียบ่าแล้วทิ้งตัวเกือบจรดเอว ความทรงจำว่ากลับมานอนหลับที่หอพักได้ยังไงคล้ายจะขาดหาย ถึงจะพยายามนึกก็เหมือนลืมไปจนหมดสิ้น ถ้าเวลาที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ ในบางครั้งไชน์ก็เป็นคนที่ความจำแย่ยิ่งกว่าปลาทอง
 

นิ้วเรียวลูบขนเอลิสเล่นเบามือ พยายามไม่ปลุกให้มันตื่น พอมองปอยผมที่ยาวลงมาของตัวเองแล้วก็เริ่มคิดอย่างจริงจังและติดจะรำคาญนิดหน่อย
 

"ผมยาว..."
 

...แต่ไม่มีใครมาคอยตัดให้ ไม่มีแล้ว...
 
 
 

-------------
 
 
 
 
....หนีงานมานั่งเขียนพลาง ส่องทวิตพลาง 55
 
พูดถึงเขียนแล้วก็... เฮ้อ~ ก็ดองอะไรไว้เยอะนะเนี่ย... =_="
 
เขียนตั้งแต่เมื่อวานแน่ะ! รู้ตัวอีกทีก็วันใหม่ซะแล้ว แอบคิดว่าลงช้าไปมั้ยนะ จะสิ้นเดือนแล้ว แถมตอนนี้ชักสับสน รู้สึกเหมือนเข้าหน้าฝนแล้ว (ฤดูร้อนหายไปไหน!?)
 
ดีขึ้นหน่อยที่หายป่วยสักที นี่เป็นสองอาทิตย์ที่รู้สึกแย่ (ป่วยตอนสอบเนี่ยนะ... ถ้าตกก็โทษว่าป่วยแล้วกัน 55 //เลว)
 
พออาการดีก็ออกมาตามล่าหาคะแนนในเฟสห้องทันที ดีจังที่ยังไม่ตก จริงๆเลขง่ายนะ อย่างน้อยก็ทำได้เกินครึ่ง(มาหน่อย)ล่ะน่า! แต่ประวัติศาสตร์นี่น่าห่วงอยู่ =__=;
ก็รอคะแนนกันต่อไปล่ะนะ... 
 
ช่วงนี้รู้สึกบ้าบอ วันๆจะวิตกจริตไร้สาระ รู้สึกว่าตัวเองอ้วน........ //สลด
คอมมิคซีซั่นต้องแย่แน่เลย TT^TT 
 
อืม... จะว่าไป เล่นคอมมูนี่ก็สนุกดีนะ ถึงจะไม่ค่อยได้เล่นก็เถอะ 55
 
พูดถึงลูกไชน์เนี่ย... เล่นโรลไปก็หลุดคาแรกเตอร์เดิมที่วางไว้ไปเยอะเลยล่ะ
แต่ก็ช่างมันละกัน *ฮา*
 
เวลาว่างๆ แรกๆก็เห่อลูก พอสักพักก็คล้ายจะทิ้งเลย ไม่วาดแล้ว พอ 55
 
หันไปวาดคุณโครโนสแทนอย่างเมามัน >w<
 
ที่จริงภาพต้นแบบ คาแรกเตอร์อะไรก็ไม่เคยเห็น วาดเล่นซะเหมือนลูกตัวเองเลย
(แอบรู้สึกผิด... นิดนึง)
 
อือ... เกือบลืมเลย
 
ที่จริงแล้วความปรารถนาลูกไชน์ คงจะกลางๆระหว่าง ตัดผม กับ อยู่กับพี่สาว ^0^
 
 


 
 
 
Alize le Frebrear The Hairdresser of Tristor
 
&
 
Shine le Frebrear The Hairdresser of Tristor
 
 
credit by จุน
 
--ขอบคุณครับ >3--
 
 
 
 
 
 
 
ปล. ตอนนี้ติด Sunken Moon ซะแล้ว ไม่เคยคิดว่าจะติดนะเนี่ย ชื่อจีนแท้ๆชนิดที่อ่านจบเล่มนึงแล้วยังจำชื่อพระเอกไม่ได้เลย (ปลาทองจัง T^T) แต่อินซื่อน่ารักมวากกกกกก แอบติดใจจักรพรรดิน้อย~ ไว้มีเงิน สักวันจะซื้อเก็บ ชอบมากกว่า LSK อีก บร้าไปแล้วๆ >/////<
 
ปล.2 บางทีก็หนักใจกับนามสกุลลูกไชน์... เดี๋ยวเถอะ ได้หลุด Frabre ออกมาแน่ๆ สักวัน... Orz
ถ้าลูกไชน์ตัดผม... มันจะกลายเป็นลูคเข้าจริงๆ
 

Comment

Comment:

Tweet

ฉันจะจับลูกเธอตัดผมดีมั้ย 555

ฟิคนี้มันอบอุ่นมาก เหมือนมีเเดดส่องเลย 555


ปล. หนักใจกับนามสกุลไชน์เเทนเหมือนกัน 555

#1 By ►JuNo★iji◄ on 2012-01-28 19:36