[OS - Touken Ranbu] Be Owned

posted on 21 Feb 2015 18:04 by 1006927 in FIC

[OS - Touken Ranbu] Be Owned

 

Pairing: Mikazuki x Tsurumaru

 

Rate: PG 15

 

Author: phoenix_moan 

Twitter: @ phoenix_moan

 

 

 

 

ทั้งที่เริ่มเข้าสู่ช่วงใบไม้ผลิ แต่สายลมหนาวยังคงพัดผ่านเรื่อยมิได้หยุดคล้ายจะเป็นการเอ่ยลาทิ้งท้ายเหมันตฤดูของปีนี้ กระนั้นเลยร่างสูงของใครบางคนกลับมานั่งชมสวนจิบชาร้อนๆอยู่ริมระเบียงอย่างท้าท้ายสายลม

 

ชายแขนกิโมโนสีเข้มราวท้องฟ้ายามราตรีพลิ้วไหวเบาๆ สีหน้าผ่อนคลายไม่ทุกข์ร้อนแม้หูจะสดับแว่วเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่พยายามจะแอบย่องเข้ามาอย่างเงียบกริบ เรียวปากได้รูปขยับเป็นรอยยิ้มอย่างรู้ทัน ก่อนจะยกถ้วยชาในมือขึ้นจรดชิมรสขมเฝื่อนทว่าอบอวลด้วยกลิ่นหอมอ่อนของซากุระผิดฤดู

 

        “โว๊ะ!” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นข้างหู พร้อมกับสองมือเรียวที่ทิ้งน้ำหนักลงบนไหล่กว้างอย่างหมายจะให้ตกใจ ซึ่ง... หากมิใช่เพราะรู้ตัวอยู่แล้ว มิกะสึกิอาจมีอาการสำลักชาพรวดออกมาเลยก็เป็นได้ “ฮะฮะฮะฮะฮะ~ ตกใจล่ะสิ! ประหลาดใจใช่มั้ย!”

 

        “อา... ประหลาดใจสิ ตกใจมากๆเลย”

 

        ถึงจะพูดออกไปแบนั้นแต่สีหน้ากลับไม่เปลี่ยนสักนิดทำเอาคนมาใหม่มุ่ยหน้า แล้วเคลื่อนตัวมานั่งห้อยขาอยู่ข้างๆอีกฝ่ายแทน เป็นอาการที่คนลอบมองเห็นแล้วอดไม่ได้จะยกยิ้มอย่างนึกเอ็นดู แล้วก็แทบจะหลุดขำกับน้ำเสียงคล้ายจะตัดพ้อในประโยคถัดมา

 

        “เจ้านี่น่าเบื่อชะมัด” หน้าสวยๆงอง้ำ สองมือยกขึ้นกอดออกแน่นด้วยความหนาวเมื่ออยู่ๆลมแรงก็พัดผ่านมาเสียอย่างนั้น “รู้อยู่แล้วว่าข้าจะมาใช่มั้ยล่ะ”

 

        “เอ... ไม่รู้หรอกน่ะ ไม่รู้เลย ฮะฮะฮะ”

 

        “...โกหก”

 

        “อ้าวๆ ข้าแค่พูดตามใจเจ้าเองนะ”

 

        ...รู้อยู่แล้วแหละ แค่เสียงฝีเท้าข้าก็รู้ว่าเป็นเจ้า เป็นถ้อยคำที่ขลาดเขลาเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ย ได้แต่ปล่อยให้ความเงียบโรยตัว กระทั่งทสึรุมารุคนขี้เบื่ออดรนทดไม่ได้ขึ้นมา

 

        “เบื่อจะตายอยู่แล้ว~”

 

        ...ทิ้งตัวนอนแผ่กับพื้นระเบียงไปเลยเสียอย่างนั้น เรือนผมสีขาวที่ยาวระต้นคอแผ่สยายล้อมกรอบดวงหน้าเรียว ไหนจะเครื่องแต่งกายสีบริสุทธิ์ที่ยิ่งขับให้ร่างบางดูโดดเด่น ปากพร่ำว่าเบื่อแต่รอยยิ้มจางก็ยังไม่หายจากใบหน้า เป็นความงามต้องห้ามที่ใครๆต่างปรารถนาจะช่วงชิง

 

        “จากประวัติของเจ้า หากไม่ถูกขโมยตัวไปบ้างคงเป็นเรื่องน่าเบื่อสินะ”

 

        น้อยครั้งนักที่มิกะสึกิจะเอ่ยในเชิงเย้าแหย่และนั่นก็ทำเอาคนเคยถูกขโมยตัวหัวเราะคิก “มันก็น่าตื่นเต้นดีอยู่หรอกนะ แม้ข้าจะบอกไม่ได้ว่าการขโมยจากสุสานหรือศาลเจ้าเป็นเรื่องที่ถูกต้องก็เถอะ”

 

        “...แล้วถ้าเป็นข้า” แว่วเสียงถ้วยชาถูกวางกระทบพื้นไม้ หากยังไม่ทันที่ทสึรุมารุจะได้พยายามทำความเข้าใจในคำพูดนั้นหรือเอี้ยวมอง ร่างในชุดสีเข้มที่บัดนี้แลดูทึบทะมึนน่ากลัวอย่างน่าประลาดก็โน้มคร่อมร่างของเขาทำเอาตกใจจนเบิกตากว้างไม่กล้าขยับตัว “แบบนี้... เจ้าจะหายเบื่อไหม”

 

        “ฮะฮะฮะ” แค่นเสียงหัวเราะแห้งกลบเกลื่อนอาการตกใจเมื่อครู่ มือบางยกขึ้นมาดันแผ่นอกอีกฝ่ายหมายจะให้ถอยห่างก่อนค่อยๆยังตัวขึ้นพลางพูดกลั้วหัวเราะ “พยายามจะล้อเล่นแกล้งข้าสินะ น่านับถือ น่านับถือ~”

 

        หมับ!

 

        ตกใจจนเผลอสะดุ้งขึ้นมาจริงๆ เมื่อสองข้อมือเล็กถูกฝ่ามือที่ใหญ่รวบเข้ากอบกุมในคราเดียว ซ้ำอกกว้างที่เคยหมายจะดันออกกลับอยู่นิ่งไม่ขยับแม้เพียงเสี้ยวเซนติเมตร เป็นเขาเองเสียอีกที่ลุกขึ้นนั่งทำเอาระยะห่างของทั้งสองฝ่ายหดใกล้เข้ามา

 

        “ข้าไม่ได้ล้อเล่นนะ”

 

        มิกะสึกิไม่เคยล้อเล่น.... ดวงตาคู่สวยราวกับภาพจำลองของจันทร์ยามค่ำที่สบมาตรงๆทำเอาทสึรุมารุถึงกับหลบตา เขาไม่ชอบใจ... ความจริงจังที่ส่งผ่านมาพร้อมกับข้อความบางอย่างที่ตนเองอ่านไม่ออก

 

        “เป็นเจ้านี่ก็ดีนะ ดาบงามเลื่องชื่อขนาดนี้แท้ๆไม่ยักมีคนมาขโมยไปบ้าง” แกล้งเฉไฉเปลี่ยนเรื่องแต่พอนึกขึ้นมาก็ดันอิจฉาเข้าจริงๆพาให้หางเสียงห้วนสั้นและรื่นเริงน้อยกว่าปกติ

 

        “สึรุ...” คนถูกเรียกสะดุ้งเบาเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสจากนิ้วเรียวที่ข้างแก้ม “เป็นของข้า”

 

        “...หะ ห๊ะ!?” รู้สึกหน้าร้อนผ่าวได้แต่เบิกตามองคนพูดประโยคหน้าอายอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “พะ... พูดอะไรของเจ้าน่ะ ข... ข้า...”

 

        “เป็นของข้า” เอ่ยเสียงหนักแน่นกว่าทุกครั้ง ไล้นิ้วเกลี่ยเรือนผมที่ตกลงมาปรกดวงหน้าขาวของอีกฝ่าย มิกะสึกิถอนใจยาวก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้จรดหน้าผากแนบกับอีกฝ่ายที่ทำสีหน้าตื่นตระหนก สัมผัสลมหายใจของกันและกันด้วยระยะที่แนบชิด “ถ้าเจ้าเบื่อ... ให้เป็นข้าที่จะขโมยเจ้า”

 

        และเป็นข้า... ที่จะไม่ยอมให้ใครมาช่วงชิงตัวเจ้า

       

        “มิกะ...” ไม่รู้ตัวว่าเมื่อไหร่กันที่แผ่นหลังกลับมาสัมผัสแนบกับพื้นไม่อีกครั้ง ดวงตาสีทองหลุบต่ำรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นที่รินรดข้างหู คล้ายจะถูกทำให้มึนเมาด้วยกลิ่นของยาสูบที่อีกฝ่ายชื่นชอบคละปนกับกลิ่นชาดอกซากุระ

       

        “ทสึรุมารุ คุนินากะ” เสียงนุ่มกระซิบเบาก่อนฉกฉวยกดจมูกสูดกลิ่นกายอีกฝ่ายจากข้ามแก้ม มือแกร่งเชยคางมนขึ้นหมายจะให้สบตา “ข้าอิจฉานะ... คนพวกนั้น คนที่ได้สัมผัสเจ้า ได้ชิงตัวเจ้า”

 

        “ข... ข้า! ข้าก็ไม่ได้เต็มใจซะหน่อยนะ!” ทั้งเขินอายทั้งทำตัวไม่ถูกกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นชินจึงเผลอขึ้นเสียงใส่อย่างไม่ตั้งใจ ทว่ามิกะสึกิก้ยังคงยิ้มพรายไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก นอกเสียจาก...

 

        “เช่นนั้นแล้ว ครั้งนี้... เจ้าช่วยเต็มใจจะได้ไหม”

 

        “อ๊ะ....!?”

 

        เหมือนถูกมอมเมาจริงๆ ด้วยรสสัมผัสร้อนที่มอบให้และลมหายใจที่ส่งมอบผ่านริมฝีปาก ภายใต้ลมหนาวท้ายฤดูที่ไม่ได้หนาวเหน็บเหมือนดังที่เคยคิด

 
 
 
 
 
 
 
/ป่วยดาบไม่ต้องสืบ ถวายย่าเซ่นปู่แล้วนะคะ ขอ................. TT
 
/ถ้ามีเวลาจะจัดระเบียบเก็บกวาด นี่ลืมไปเลยว่าเคยมีบลอก #โถ่
 

Comment

Comment:

Tweet

ตกใจมี่ปิงมาอัพบล็อค แสดงว่าป่วยจริง 5555

#1 By ►JuNo★iji◄ on 2015-03-16 10:07